วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

"พล.อ.พรพิพัฒน์-ว่าที่ผบ.ทบ." ประกาศปกป้องค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์

 


23 ก.ย.2563 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.)จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารชั้นนายพล ขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก ตามแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการรำลึกถึงสถานที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.)ในอดีต ซึ่งคือที่ตั้งของกองทัพบกในปัจจุบันใกล้กับสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทั้งนี้ มีนายพลทหารบกอัตราพลเอกพิเศษที่เกษียณฯ เช่น พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)พล.อ.อภิรัชต์ พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองผบ.ทสส. พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณพนต์ สร้างสมวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.จักรชัย โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ.ฯลฯ พร้อมนายพลทหารบก258 นาย รวม266 นาย( ยอดรวมนายพลทหารบกเกษียณปีนี้340 นาย) เข้าร่วมพิธี


พล.อ.พรพิพัฒน์ ได้นำคณะถวายสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเป็นกิจกรรมนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ โดยผู้แทนนักเรียนนายร้อย กล่าวตั้งปณิธาน “เดินตามรอยเท้า” โดยกล่าวว่า “รู้สึกซาบซึ้งในความเสียสละ และคุณงามความดีของทุกท่าน ขอตั้งปณิธานทำตามเพื่อปฏิบัติตามรอยเท้าของท่านโดยจะปฏิบัติตนให้สมศักดิ์ศรีความเป็นชายชาติทหาร จะอยู่ในศีลธรรมอันดีของศาสนา ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีสติไตร่ตรองและใช้วิจารณญาณอันเหมาะสมจะหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนให้มีความสามารถรอบด้านเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตระหนักถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญทั้งนี้เพื่อดำรงรักษาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดจนประชาชน ให้มีความผาสุก เกิดความรักความสามัคคีในสังคม อย่างเป็นปีกแผ่นมั่นคง”


และผู้ร่วมพิธีทั้งหมดร้องเพลง “รั้วแดงกำแพงเหลือง และมนต์มัฆวาน”จากนั้น วงขลุ่ยกลอง 8 นายจาก รร. จปร.ได้นำแถวนายพลเกษียณเดินเท้ามาตั้งแถวถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5หน้าหอประชุมกิตติขจร พร้อมกล่าวปฏิญาณตน3 ครั้งว่า ”ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต” ก่อนเข้าหอประชุมเพื่อกระทำพิธีเทิดเกียรติ


พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวเทิดเกียรติว่า ในนามกองทัพบกขอแสดงมุทิตาจิตต่อทุกท่านด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่งยิ่ง การปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยึดมั่นอุดมการณ์ทหารมาตลอดชีวิตรับราชการ ทุกท่านได้สร้างประโยชน์ให้กองทัพและประเทศชาติ เป็นอเนกประการด้วยการอุทิศกำลังกาย กำลังใจ ดำเนินภารกิจทุกด้านของกองทัพเพื่อพิทักษ์รักษา เอกราช อธิปไตย ความสงบเรียบร้อยของชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปรากฏเป็นผลงานและเกียรติประวัติอันน่ายกย่อง ส่งผลให้กองทัพมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภัยคุกคาม และปัญหาอุปสรรคนานัปประการ อันควรค่าจารึกไว้เป็นแบบฉบับของทหารอาชีพที่นายทหารรุ่นหลังจะได้สานต่อดำเนินรอยตามเพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีของการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสต่อไป แม้จะต้องสิ้นสุดในหน้าที่ราชการแต่เชื่อว่าภาระหน้าที่ของความเป็นทหารจะยังคงฝังแน่นในจิตใจของทุกท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย และขอมีส่วนร่วมจรรโลงกองทัพให้มีความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนส่งเสริมภารกิจของกองทัพให้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติมา


“พวกเราขอให้คำมั่นว่า จะสืบสานอุดมการณ์ของพวกท่าน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้สังคมมีความปกติสุข มีความรักความสามัคคี อันเป็นจะพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้า ไปข้างหน้า อย่างมั่นคงต่อไป”พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว


ด้านพล.อ.พรพิพัฒน์ เป็นตัวแทนกล่าวอำลาชีวิตราชการว่า การปฏิบัติราชการในกองทัพนับเป็นช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนตามปณิธานที่ตั้งไว้ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี โดยมุ่งอุทิศตนทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ดำเนินภารกิจของกองทัพให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติและพัฒนาสังคมให้มีความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ซึ่งภาระหน้าที่ของทหารอันมีเกียรตินี้ เป็นสิ่งที่พวกเรายึดถือปฏิบัติตลอดไปแม้เกษียณอายุราชการ


“ผมมั่นใจว่าผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกคนต่างล้วนสำนึกในคุณูปการกองทัพบกที่หล่อหลอมพวกเรามีจิตวิญญาณของความเป็นทหารอยู่ในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้ต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพ แต่จิตวิญญาณของความเป็นทหารอาชีพยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจและพร้อมที่จะเสียสละตนรับใช้กองทัพและประเทศชาติในทุกโอกาส ตลอดจนจะนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตรับราชการมาสนับสนุนการดำเนินการงานของกองทัพด้วยความเต็มใจตลอดไป ทั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้กำลังพลที่ยังราชการอยู่ในกองทัพบกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจตลอดมา” พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น